sreeunlee
26 พฤษภาคม 2560

เรียนไม่จบก็รวยได้ ประโยคฮิตที่ต้องคิดให้หนัก

แน่นอนว่า แทบทุกคนคงจะรู้จัก Steve Job และ Bill Gate รวมทั้ง Mark Zuckerberg ด้วยอีกคน 3 คนนี้ถือว่าเป็นแรงบันดาลใจของใครหลายๆ คน เพราะว่าเขาเหล่านี้ เป็นคนที่รวยและก็เก่งและก็โด่งดังในระดับโลกซึ่งใครก็รู้จัก ต่างก็รวยด้วยการสร้างเทคโนโลยีมาให้เราได้ใช้งานกัน และที่เป็นประเด็นที่จะนำมาคุยกันในบทความนี้ก็คือทั้ง 3 คนนี้เรียนไม่จบมหาวิทยาลัย

ด้วยเหตุนี้เองจนทำให้คนจำนวนมากมักมองว่า แม้จะเรียนไม่จบ แต่ก็สามารถรวยในระดับพันล้านได้ คนจะรวยและประสบความสำเร็จได้นั้นไม่จำเป็นต้องเรียนจบจริงหรือ แน่นอนว่ายังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราไม่ได้นึกถึงและลืมคิดไปซึ่งการที่บุคคลเหล่านี้ประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ก็ต้องใช้ความรู้ ความพยายาม เป็นอย่างมาก ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด แต่สิ่งที่หลายๆ คนมองมีเพียงแค่ว่า เขาเรียนไม่จบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ การเรียนจบหรือไม่จบอาจจะไม่ใช่สาเหตุสำคัญในการประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ความคิด ความพยายาม และความเก่งที่มีมากกว่าคนอื่นๆ การต่อสู้ฟันฝ่าต่ออุปสรรคต่างๆ ทุกคนไม่ได้ใช่เวลาเพียงแค่ปีสองปีแต่ต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้ เมื่อหลายๆ คนเห็นความสำเร็จแบบนี้ก็มีความคิดอยากจะต่อสู้ พยายามให้ได้เหมือนเขาเหล่านี้ และแน่นอนว่ามีคนไม่น้อยเลยที่มีความคิดเพียงแค่ว่า เรียนไม่จบก็รวยได้ประสบความสำเร็จได้ จนไม่ทันคิดว่าในความเป็นจริงนั้นโลกใบนี้ยังมีอะไรที่โหดร้ายที่แอบซ่อนไว้จนเรามองไม่เห็นหรืออาจจะไม่ได้ซ่อนตัวเองไว้แต่เรากลับไม่มองมัน คนเราส่วนใหญ่ก็จะมองเพียงส่วนที่น่าสนใจ น่าตื่นตาตื่นใจ หรือส่วนที่เข้าข้างตัวเอง จนไม่สนใจหรืออาจจะลืมมองให้ลึกมองให้มากไปกว่านั้น และเรื่องที่ก็เช่นเดียวกัน คือ มันก็จริงอยู่ที่ Steve Job และ Bill Gate รวมทั้ง Mark Zuckerberg ทั้งสามคนนี้เรียนไม่จบมหาวิทยาลัยแต่ก็ประสบความสำเร็จได้ แต่เรากลับไม่ได้สนใจว่า ยังไม่คนอีกนับล้านคนที่เรียนไม่จบแบบนี้แต่ชีวิตไม่ได้มีอะไรดีเลย หรือไม่ได้ประสบความสำเร็จแบบนี้ คนที่ถูกมองข้าม คือว่าเราไม่ได้มองคนที่ล้มเหลว แต่เรากลับมองแค่ 3 คนนี้เท่านั้น แล้วในเมื่อเราจะทำตามคนที่ประสบความสำเร็จ ทำไมเราจะประสบความสำเร็จไม่ได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการทำตามคนที่ประสบความสำเร็จนั้นก็ย่อมสำเร็จได้แน่นอน แต่มันมีอะไรที่มากกว่าแค่คำว่าเรียนจบหรือไม่จบครับ มันยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนที่เราจำเป็นที่จะต้องทำตามเขา ไม่ใช่มองแค่ว่าเขาเรียนไม่จบ จนทำให้มีคนมากมายเข้าใจผิดในเรื่องนี้ คนที่เรียนไม่จบก็พยายามเข้าข้างตัวเองว่าขนาด Steve Job ยังเรียนไม่จบเลย แม้แต่ Bill Gate ก็ยังเรียนไม่จบ จนเอามาเป็นข้ออ้างต่างๆ นาๆ สำหรับคนที่ไม่อยากเรียนให้จบครับ เรามาดูกันดีกว่าว่าในความเป็นจริงแล้วมันเป็นยังไงกันแน่แล้วเราควรที่จะทำยังไงเพื่อที่จะได้ประสบความสำเร็จเหมือนอย่างบุคคล 3 ท่านนี้

เรียนไม่จบทำไมถึงประสบความสำเร็จและก็รวยระดับโลกได้

การที่จะทำให้คนๆหนึ่งประสบความสำเร็จและก็รวยในระดับโลกได้นั้น มันมีเหตุมีปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งตรงนี้เราควรที่จะทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง ทั้ง Steve Job และ Bill Gate รวมทั้ง Mark Zuckerberg เป็นคนที่เก่งอยู่แล้ว และมีความคิดสร้างสรรค์ คือที่ว่าเก่งนี่ไม่ใช่ธรรมดานะครับ พูดง่ายๆ คือทั้ง 3 ได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยระดับโลกเลยนะครับ คือมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่จะสามารถเข้าได้ นอกจากจะเก่งจริงๆ ครับ และในขณะที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้นทั้ง 3 คนนี้ก็เรียนได้ดีกว่าคนอื่นๆ มาก คือพูดง่ายๆ ก็คือ แม้จะไม่ไปเรียนก็เก่งแล้วว่างั้นเถอะ ดังนั้นสำหรับ 3 คนนี้แล้วถึงแม้ว่าจะไม่ได้เรียนต่อ ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เก่ง ดังนั้นเราจงเข้าใจใหม่นะครับว่าการที่เขาเรียนไม่จบ ไม่ใช่ว่าเรียนหนักจนเรียนไม่ไหว หรือโดนไล่ออกเพราะเกรดไม่ดี หรือเป็นเพราะขี้เกียจเรียนก็เลยลาออก หรือสาเหตุอื่นๆ ที่ฟังดูแล้วมันไม่เข้าท่า แต่เราต้องเข้าใจแบบนี้นะครับว่าทั้ง 3 คนนี้แม้จะไม่ได้เรียนต่อ แต่เขาก็เก่งมากกว่าคนที่กำลังเรียนอยู่มากมายนัก ดังนั้นถ้าพูดถึงเรื่องความรู้และความเก่งที่มีนั้น ถือว่าเหนือชั้นกว่าคนอื่นมากมายยิ่งนัก และนอกจากนี้แล้วทั้ง 3 คนนี้เป็นคนที่มีความสร้างสรรค์และพยายามทำสิ่งที่ตัวเองคิดให้เป็นจริงให้ได้ครับ ลองคิดดูง่ายๆ นะครับ Steve Job คิดค้น iPhone ขึ้นมา คือเป็นโทรศัพท์มือถือที่ไม่มีอะไรเลยคือหมายความว่าทั้งเครื่องมีแค่หน้าจอไม่มีแม้กระทั่งปุ่มกด ถ้าก่อนหน้าที่ Steve Job จะคิดค้นโทรศัพท์แบบนี้ขึ้นมา เราสามารถคิดได้แบบนี้ไหม ผมมั่นใจเลยว่าเรานึกภาพไม่ออกแน่นอนว่าถ้าโทรศัพท์ไม่มีปุ่มกดแล้วเราจะโทรได้ยังไง เพราะปุ่มกดโทรศัพท์นั้นถือว่าสำคัญมากๆ ดังนั้นเราอย่าไปมองแค่ว่า Steve Job เรียนจบหรือไม่จบ เราต้องมองที่ความคิดของเขาครับ ถ้าเราสามารถคิดได้เหมือน Steve Job และสามารถทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาได้เหมือนอย่าง Steve Job ถ้าแบบนี้ล่ะก็แม้เราจะไม่เรียนต่อ หรือเราเรียนไม่จบ เราก็จะสามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ครับ ดูตัวอย่างของ Steve Job ไปแล้ว เราลองมาดูอีกตัวอย่างหนึ่งนะครับคือ Bill Gate ครับ คนๆ นี้มีความชื่นชอบและก็เก่งเรื่องคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กครับ และได้คิดค้นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมาให้เราใช้งานกันนั่นก็คือ Windows นั่นเอง ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ที่มีคนใช้งานมากที่สุดในโลกครับ ดังนั้นไม่ไม่ควรที่จะมองแต่ว่า Bill Gate เรียนไม่จบมหาวิทยาลัยนะครับ แต่เราต้องมองที่ความสามารถของเขา เราลองคิดดูว่าเรามีความสามารถแบบนี้ไหม เราสามารถสร้างระบบคอมพิวเตอร์ขึ้นมาได้เหมือนอย่าง Bill Gate หรือเปล่า ถ้าเราทำยังไม่ได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ตั้งใจเรียนให้จบครับ ดังนั้นเราไม่ควรที่จะมาอ้างครับถ้าไม่อยากเรียนให้จบเราไม่ควรมาอ้างว่าแม้แต่ Steve Job ก็ยังเรียนไม่จบเลย หรือแม้แต่ Bill Gate ก็เรียนไม่จบเลย ถ้าเราไม่ได้เก่งแบบคนเหล่านี้เราก็ไม่ควรเอามาเป็นข้ออ้างครับ การเรียนให้จบมหาวิทยาลัยนั้นไม่ใช่เป็นเพียงแค่ว่าเรียนมาแล้วได้รับใบปริญญาเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นการบ่งบอกว่าเรานั้นมีความตั้งใจและมีความพยายามอย่างมากจนสามารถเรียนจบจนได้รับปริญญาได้ครับ

ใบปริญญาไม่จำเป็นสำหรับความสำเร็จจริงหรือ

ตรงนี้เราต้องมองว่าความสำเร็จของเรานั้นคืออะไร เราจะมองแค่ใบปริญญาไม่ได้ ถ้าเราต้องหางาน ทำงานเพราะหาเงิน ยังไงๆ ใบปริญญาก็ยังสำคัญอยู่ดีครับ แต่ถ้าความสำเร็จของเราคือการสร้างธุรกิจของตัวเองให้ประสบความสำเร็จ การไม่มีปริญญาก็อาจจะไม่เป็นปัญหามากนักถ้าหากเราเก่งและก็มีความพร้อมในด้านอื่นๆ อยู่แล้วแต่ถ้ามีปริญญาไว้ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะอย่างน้อยๆ มันก็ทำให้เรามีเครดิตที่ดีขึ้นนั่นเอง แต่สำหรับ Steve Job และ Bill Gate รวมทั้ง Mark Zuckerberg นั้นใบปริญญาอาจจะไม่สำคัญเพราะเขาเหล่านี้ได้สร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา สร้างนวัตกรรมที่สุดจะอลังการขึ้นมาให้เราๆ ได้ใช้งานกัน แต่ถ้าคุณอยากจะเข้าไปทำงานกับบริษัท Apple หรือ Mricrosoft หรือแม้แต่บริษัท Facebook คุณจำเป็นต้องมีใบปริญญาแน่นอนครับ เอาง่ายๆ เลยนะครับ ถ้าเราเก่งจริง แม้ไม่เรียนต่อก็เก่งได้เหมือนคนอื่นๆ ถาเราไม่จำเป็นต้องเรียนให้จบปริญญาเราก็เก่งได้เช่นกัน แต่เวลาที่เราไปสมัครงานที่ไหนก็ตาม ความเก่งอย่างเดียวอาจจะไม่ช่วยอะไรครับ อย่างเช่น ถ้าเราไปสมัครงานกับบริษัทหนึ่งๆ เราพกความมั่นใจและก็ความเก่งมาแบบเต็มที่เลย เรามั่นใจได้แน่นอนว่าเราทำงานได้ไม่แพ้คนที่เรียนจบปริญญาอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงแล้วคนคนอื่นที่มาสมัครงานบริษัทเดียวกันกับเราก็เก่งเหมือนกันครับ เขาก็พกความมั่นใจและความเก่งมาเหมือนกันและเขาก็สามารถทำงานได้เช่นเดียวกันกับเรา แต่สิ่งที่แตกต่างกันสิ่งที่คนอื่นมีมากกว่าเราก็คือ แม้เราจะเก่งแต่คนอื่นก็เก่งเหมือนกันและคนอื่นเขานำความเก่งมาพร้อมกับใบปริญญา แต่ในขณะเดียวกันเรามีแค่ความเก่งเพียงอย่างเดียว ถ้าเป็นแบบนี้คิดว่าบริษัทเขาอยากจะรับใครเข้าทำงานครับ แน่นอนว่าต้องรับคนที่เก่งที่มาพร้อมกับใบปริญญาอย่างแน่นอนครับ ในกรณีเช่นนี้เราจะต้องเก่งกว่าคนอื่นๆ อย่างมากครับ คือถ้าไปสมัครงานที่เดียวกันเราจะต้องมีความโดดเด่นและก็เก่งมากกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด คือพูดง่ายๆก็คือว่า ที่ไปสมัครกันนั้นไม่มีใครเก่งเท่าเราเลย เราเก่งกว่าแบบขาดรอยเลย อะไรทำนองนี้ เราถึงจะมีโอกาสได้งานครับ เพราะถ้าความสามารถเท่ากันหรือใกล้เคียงกันคนที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่าหรือมีเครดิตดีกว่าก็จะต้องได้งานไปครับ และสำหรับการทำงานนั้นการมีปริญญามีความจำเป็นอย่างยิ่ง มันจะทำให้คุณดูดีมีเครดิตน่าเชื่อถือ และทำให้การได้รับการขึ้นเงินเดือนหรือการได้เลื่อนขั้นในต่ำแหน่งงานนั้นเป็นได้ง่ายและราบรื่นยิ่งกว่าครับ

ในกรณีที่เราไม่ได้ทำงานแต่เราอยากจะสร้างธุรกิจของตัวเอง การมีปริญญาก็ยังจำเป็นอยู่บ้างเช่นกันครับ อย่างน้อยๆ มันก็ทำให้คุณดูดี มีเครดิตดี จะติดต่อพูดคุยกับลูกค้าก็ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจ น่าเชื่อถือได้ เอาง่ายๆ เลยนำครับ ทำความเข้าใจง่ายๆ เลย ถ้าเราไม่ได้เก่งเหมือนอย่าง Steve Job และ Bill Gate รวมทั้ง Mark Zuckerberg การได้เรียนจบจนได้รับปริญญาก็ยังจำเป็นสำหรับเราครับ ไม่ว่าจะมีเหตุผลใดๆ ก็แล้วแต่ ถ้าเรามีปริญญาไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะคนที่เรียนจบปริญญาและประสบความสำเร็จระดับโลกก็มีให้เห็นอยู่เป็นจำนวนมากครับ

หรือความจริงเราเข้าใจผิดเรื่องความสำเร็จและการเรียน

มีความคิดอีกอย่างที่หลายๆคนมักจะพูดถึงก็คือ ประโยคที่ว่า คนที่เรียนจบแต่ก็ประสบความสำเร็จก็มีตั้งเยอะแยะ และยังรวยเป็นพันล้านกันทั้งนั้น แต่คนที่เรียนจบปริญญาแต่ก็ไม่มีงานทำไม่มีหน้าที่การงานที่ดีก็มีอีกตั้งมากมาย ซึ่งตรงก็เป็นจริงอย่างที่ว่าครับ แต่เราก็ควรจะมองให้ลึกลงไปอีกสักนิดนึงว่า คนที่เรียนไม่จบและไม่มีอะไรดีเลยก็มีมากมายยิ่งกว่า แต่คนที่เรียนจบและประสบความสำเร็จได้เป็นเศรษฐีพันล้านก็มีมากมายเช่นกัน ดังนั้นกรณีของเรา เราต้องมองและคิดไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ อยากขอแนะนำสำหรับที่กำลังเรียนอยู่หรือคนที่กำลังจะตัดสินใจเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เราต้องคิดก่อนครับว่าอนาคตเราจะเป็นอย่างไร เราต้องการทำอาชีพอะไร ต้องการประสบความสำเร็จในด้านไหน จากนั้นเราค่อยเรียนในสาขาที่เราต้องการหรือสาขาที่ใกล้เคียงครับ ซึ่งการตัดสินใจเรียนนี้ไม่ว่าขอแค่ให้ได้เรียน หรือคิดว่าเรียนไปตามเพื่อน แต่เราต้องคิดไปไกลให้ถึงอนาคตครับ เราต้องวางแผนให้ดี สำหรับางคนอาจจะชอบสิ่งๆ หนึ่งแต่เห็นว่าตัวเองไม่ได้เก่งไม่ได้มีความสามารถมากขนาดนั้นจึงไม่กล้าเรียนในสิ่งที่ต้องการเพราะกลัวว่าเรียนไปแล้วกลัวจะไม่จบ ตรงนี้เราต้องใช้ความพยายามให้มากครับ ถ้าเราคิดว่าไม่เก่งหรือกลัวจะเรียนไม่ได้ในเรื่องอะไรเราก็ต้องตั้งใจและพยายามให้มากขึ้นครับ เมื่อเรียนจบแล้วมีหลายคนครับที่เรียนจบมาไม่ได้ทำงานในสาขางานที่ตัวเองเรียน ซึ่งถ้าพูดอีกอย่างก็คือการหางานทำให้ตรงสาขาที่เรียนหรือสาขาที่เราชอบนั้นมันอาจจะยากครับ บางคนจึงคิดว่าขอแค่ได้ทำงานก็พอทำๆไปก่อนหลังจากนั้นก็ค่อยปรับเปลี่ยนเอาภายหลัง ซึ่งความคิดแบบนี้มันก็ไม่ได้ผิดอะไรครับ แต่โดยส่วนมมากแล้วเมื่อคิดแบบนี้พอทำงานไปนานๆ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงครับ สุดท้ายก็ต้องทำงานในสาขาที่ตัวเองไม่ชอบ แต่ก็ไม่กล้าหางานใหม่เพราะกลัวไม่ได้งาน หรือเหตุผลอื่นๆ อีกนานัปการครับ แต่ยังมีอีกหนทางหนึ่งที่เป็นไปได้แต่คนส่วนมากไม่กล้าครับ นั่นก็คือ การสร้างงานครับ แน่นอนครับว่า การสร้างงานนั้นดีกว่าการหางาน แต่การสร้างงานนั้นยากกว่าการหางานครับ หรือพูดอีกอย่างก็คือการสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมาครับ เราสามารถสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมาได้จากความรู้ที่เราเรียนมาก ถ้าเราเรียนการออกแบบ เราก็อาจจะรับงานออกแบบ หรือถ้าเราเรียนเกี่ยวกับภาษาต่างประเทศเราก็อาจจะรับงานแปลเอกสาร ซึ่งเป็นการสร้างธุรกิจให้ตัวเอง แต่แน่นอนครับ สำหรับหลายๆคนการทำแบบนี้ถือว่ามีความเสี่ยง แต่มันก็ไม่เสียหายอะไรถ้าเรายังหางานที่ถูกใจยังไม่ได้ การสร้างงานให้กับตัวเองจึงถือได้ว่าเป็นอีกหนทางที่ดี แถมยังเป็นการฝึกฝนเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงานด้านที่ตัวเองสนใจอีกด้วย และยิ่งถ้าเราพยายามพัฒนาตัวเองไปให้มากๆ เราก็อาจจะได้เป็นเจ้าของธุรกิจเงินล้านเลยก็เป็นไปได้ครับ เพราไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ถ้าเรายังมีความมุ่งมั่นและก็พยายามครับผม

บทสรุป

ขอฝากไว้นะครับสำหรับคนที่กำลังเรียนอยู่หรือคนที่กำลังจะเรียนต่อครับ การที่เราจะประสบความสำเร็จนั้น ในบางสิ่งบางอย่างเราจะมองเพียงแค่ว่าเรียนจบหรือไม่จบอย่างเดียวไม่ได้ครับ เราต้องมองหลายๆ ปัจจัยครับ ซึ่งสิ่งที่สำคัญอย่างมากก็คือเราต้องมีความพยายามมุ่งมั่นตั้งใจครับ การเรียนจบปริญญาไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่การเรียนไม่จบก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้าวเช่นกัน มันขึ้นอยู่กับเป้าหมายในชีวิตของเราครับว่าเราจะเดินไปทางไหน แม้ว่าจะมีคนจำนวนมากที่เรียนไม่จบแต่ก็ประสบความสำเร็จนั่นก็เพราะบุคคลเหล่านั้นมีความพยายาม แต่ตั้งใจอย่างมากครับ กว่าจะประสบความสำเร็จได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องต่อสู่ ต้องคิด ต้องทำ ไม่มีคำว่าท้อถอยครับ เราก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราอยากจะประสบความสำเร็จก็ต้องไม่ท้อถอย เราไม่มีสิทธิ์ที่จะท้อถอยครับ มีทางเดียวก็คือต้องพยายามต่อไป ต้องพยายามให้มาก ต้องลองผิดลองถูกถ้าผิดพลาดก็ต้องแก้ไขครับ ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน เราอยากจะประสบความสำเร็จแบบไหนก็ต้องทำให้ได้ เราต้องคิดว่าตัวเองจะไม่มีวันสบาย เราจะต้องทำงานอย่างหนัก เราจะต้องเหนื่อยมากขึ้น เราจะไม่ตั้งใจให้มากๆ เพราะถ้าไม่เช่นนั้นแล้วเราก็จะไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากตัวเราเอง เราต้องตั้งเป้าหมายให้ไกลแล้วพยายามไปให้ถึง เหมือนอย่างที่มีคำกล่าวไว้ว่า “ถ้าเราต้องการที่จะไปให้ถึงดวงจันทร์ ถ้าไปไม่ถึง อย่างน้อยเราก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว”

ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จครับ


(0) แชร์ | (1) ถูกใจ | (0) ความคิดเห็น

เรียนไม่จบก็รวยได้ ประโยคฮิตที่ต้องคิดให้หนัก

แน่นอนว่า แทบทุกคนคงจะรู้จัก Steve Job และ Bill Gate รวมทั้ง Mark Zuckerberg ด้วยอีกคน 3 คนนี้ถือว่า...

อยากเรียนเก่งภาษาอังกฤษทำไงดี

อยากเรียนเก่งในบทความนี้จะเป็นเรื่องของภาษาอังกฤษครับ และเนื้อหาต่อไปนี้ยาวมากๆ ครับกว่าจะอ่านจบอาจจ...

อยากเรียนเก่งทำไงดี นำมาบอกเล่าจากประสบการณ์จริง ตอนที่2

อยากเรียนเก่งตอนที่2 ในตอนแรกผมได้กล่าวถึงเรื่องราวจุดเริ่มต้นของการเรียนเก่ง สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่...

อยากเรียนเก่งทำไงดี นำมาบอกเล่าจากประสบการณ์จริง ตอนที่1

จะทำยังไงดีถ้าเราอยากเรียนเก่ง เมื่อพูดถึงเรื่องเรียน หลายๆ คนคงจะเคลียด หรืออาจจะเป็นทุกข์ไปจนถึงเศ...

ใช้ยากลุ่มลดไขมันหวังลดความอ้วนเสี่ยงอันตรายสูง

องค์การอาหารและยาได้เตือนให้ผู้ที่ใช้ยาลดไขมันหรือยาลดความอ้วนให้ระวังผลข้างเคียง ตั้งแต่ท้องผูก ท้อ...

โรคอ้วน

คำจำกัดความ . ...

แนวทางการปฏิบัติ การจัดการน้ำหนักและรอบเอว ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน

จากการศึกษา พบว่า การมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรืออ้วน ทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเป็นโรคเบาหวาน ความด...

ลดอ้วนด้วยตัวเอง

ดัชนีมวลกายกับความอ้วน วิธีเช็คอย่างง่ายว่าท่านอ้วนหรือไม่ คือ การ...

“เต็นท์โปร่งใส” ให้คุณ “กางเต็นท์ดูดาว” แบบโรแมนติกสุดๆ

เวลาไปเที่ยวกางเต็นท์ ใครๆก็อยากสัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติกันทั้งนั้น จะดีแค่ไหนถ้าได้กางเต็นท...

“บ้านกระจก” ไอเดียสุด “คูล” ในการ “รักษาต้นไม้”

ใครว่าสิ่งก่อสร้างมักทำลายธรรมชาติ ไม่จริงเสมอไปมันขึ้นกับการออกแบบมากกว่า Aibek Almassov สถาปนิก...